ไทขอน ส่องวิถีไทใหญ่ในเมืองจีน I ประวัติศาสตร์นอกตำรา EP. 304
“เมืองขอน” หรือ “หมางซื่อ” 1 ใน 5 อำเภอของเขตปกครองตนเองชนชาติไท และจิ่งพัว เต๋อหง มณฑลยูนนานของจีน ในอดีตคือส่วนหนึ่งของอาณาจักรหมอขาวมาวหลวง ก่อนที่ราชสำนักจีนจะเข้ามามีอำนาจ แบ่งแยกแล้วปกครองให้เจ้าฟ้าต่าง ๆ ของชาวไทใหญ่ในเขตใต้คงให้ขึ้นตรงกับราชสำนักจีน แม้จะมีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของชาวไทใหญ่ในเขตใต้คง แต่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดว่า ในดินแดนเขตจีนตอนใต้เคยมีผู้คนอาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ตัวอย่างเช่น ขวานสำริดแบบไม่สมมาตรชนิดหลงเจียง พร้อมทั้งแม่พิมพ์หิน คือโบราณวัตถุชิ้นเอกในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ราว พ.ศ. 350 เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่า ก่อนอารยธรรมจีนฮั่นจะขยายอิทธิพลลงมาถึงดินแดนใต้คง บรรพบุรุษของกลุ่มชาติพันธุ์ตระกูลไทที่บันทึกจีนเรียกว่า “เตียนเยว่” มีความรู้ในการถลุง และหล่อสำริดชั้นสูงเป็นของตัวเองได้แล้วอย่างน้อย 2 พันปีหากนับจากปัจจุบัน ในยุคที่เมืองในดินแดนใต้คงปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้า แม้จะตกอยู่ภายใต้อำนาจของราชสำนักจีน แต่เอกสารของชาวไทใหญ่ได้บันทึกถึงการก่อสร้างวัดวาอารามต่าง ๆ รวมทั้งพระเจดีย์ในพุทธศาสนาแบบเถรวาทขึ้นมากมาย ซึ่งยังคงมีปรากฏให้เห็นได้อยู่ในหลายแห่งของเมืองขอน เช่น กองมูคำเมืองขอน คือศาสนสถานพุทธศาสนานิกายเถรวาทที่สำคัญที่สุดของชาวไทขอน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง เมื่อ พ.ศ. 2346 โดยกลุ่มพุทธศาสนิกชน และเจ้าฟ้าผู้ปกครองเมืองขอน ต่อมาองค์เจดีย์ดั้งเดิมได้ถูกทำลายลงจนเหลือแต่ซากปรักหักพังจากภัยของสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับความเสียหายซ้ำอีกในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ต่อมาพุทธศาสนิกชนชาวไทขอน และพื้นที่ใกล้เคียง ได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์และแรงกายเพื่อสร้างพุทธสถานแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มก่อสร้างในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2547 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2550 กลุ่มชนในวัฒนธรรมไทใหญ่ที่เมืองขอน มีพื้นฐานคล้ายวัฒนธรรมในเขตอื่น ๆ นั่นคือการมีชีวิตผูกพันกับทุ่งนาและการปลูกข้าว โดยมีบันทึกราชวงศ์ฮั่นเมื่อราว 2 พันปีมาแล้วกล่าวถึงดินแดนในลุ่มน้ำขอนว่า “เขตเยว่ เป็นเขตที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลผ่าน มีทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ มีภูเขา มีป่าไม้ มีป่าไผ่ มีผักและอาหารรวมถึงผลไม้ ประชาชนรับประทานข้าวและปลา ไม่มีที่ไหนอดอยาก” นอกจากนี้ยังมีสิ่งยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมืองขอน ที่สอดคล้องกับบันทึกพงศาวดารจีนที่กล่าวว่า “ดินแดนไท ข้าวสามปีจะล้นฉาง” โดยเจ้าฟ้าเมืองขอนต้องสั่งให้เผาข้าวเปลือกทิ้งทุกสามปี เพราะไม่มีที่เก็บ แต่ละครั้งเผาทิ้งเป็นจำนวนมากถึง 800 ตาง ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อถึงต้นฤดูเก็บเกี่ยว ชาวบ้านมักจะเอาข้าวเก่าที่เก็บไว้ให้วัวความกิน หรือไม่ก็นำไปต้มเหล้า ปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์ของชาวไทขอน แห่งดินแดนใต้คงยังคงมีปรากฏหลักฐานให้เห็น จากการเป็นแหล่งผลิตข้าวที่ให้ผลผลิตสูง ซึ่งนั่นคือส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาที่ผูกพันกับวิถีทางด้านการเกษตรโดยเฉพาะกับ “วัฒนธรรมข้าว” อย่างแยกกันไม่ออก




